Archive for the Happy Category

Melody of Life3..

Posted in Happy ด้วยแท็ก on พฤษภาคม 7, 2008 by unspecialme

งานนี้จัดขึ้นในวันวันที่ 3-4 พ.ค หน้าลาน Central World..มีศิลปินจากหลากหลายมาร่วมสร้างความสนุกสนาน มีภาพบรรยากาศเล็กๆน้อยๆมาฝากกันด้วย

 

ใหญ่ Monotone มาพร้อมกับเพลงโดนใจที่ทุกคนต้องร้องตาม..

 

รูปนี้ตั้งใจจะถ่ายมือกลองแต่บังเอิญว่าไกลไปหน่อย..แต่ก็โออยู่

 

เสื้อผ้าสบายๆ สไตล์พี่ใหญ่ เข้ากั๊นเข้ากันกับรองเท้าสีเหลือง(ได้อีก)..

 

คนนี้ที่รอคอย..ไม่ต้องพูดแค่กดเปียโน สาวก็กรี๊ด!!!ตรึม

 

อ่านปากของฉันนะว่า “ตึ๊งตึง..”

(ปล. รักเธอกลายเป็นเพลงชาติประจำกลุ่มแฟนคลับคนร๊ากโต๋ไปแล้วเรียบร้อย..)

 

วันนี้มาแบบชิลล์ๆ..เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ไม่แต่งหน้า เซ็ทผมนิดหน่อย แค่นี้ก็ใจละลายแล้ว!!!..

(รู้สึกเหมือนโต๋จะอ้วนขึ้นรึเปล่าเอ่ย?..จ้ำม่ำนะจ๊า)

 

มาต่อวงที่มีทั้ง สัก(ศักดิ์) และ สี(ศรี).. TATTOO COLOUR

 

กำลังได้ฟิวส์..ร้องเพลงอะไรหว่า? จำไม่ได้หล่ะ รู้แต่ว่าเพราะทุกมากมาย

 

พี่ดิมสู้ๆ..เหนื่อยมั้ยคะ เดี๋ยวซับเหงื่อให้น๊า(ว่าไปโน่น!!!)

 

โอ้!! เซ็นต์มือเป็นระวิง และถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว(เพื่อนในวงไม่รู้หายไปไหนกันหมด..)

 

พี่ดิม..งานเข้า(เซ็นต์ครั้งละ 5 บาท นะค๊าบ!!..อ่ะล้อเล่งน่า)

 

เหนื่อยค๊าบ..ขอพักก่อน แต่ก็ยังยิ้มไม่เลิก(น่าร๊ากจิงๆเลย)

 

อ่ะ! ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม (พี่ดิม ร้องนำ+หน้าตาดี TATTOO COLOUR)..

 

นี่ก็ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม (พี่จั๊มพ์ มือเบส TATTOO COLOUR)..

 

ยิ้มไม่ยิ้มไม่รู้..รู้แต่ยกนิ้วอย่างเดียว (พี่รัฐ มือกีต้าร์ TATTOO COLOUR)

(คนนี้แหละที่แต่งเพลง ฟ้า กับ จำทำไม)

 

คนสุดท้าย แนวที่สุดในวงหล่ะ (พี่ตง มือกลอง TATTOO COLOUR)

 

สุดท้าย ท้ายสุด..และสุดจะบรรยาย กว่าจะได้รูปนี้มาต้องเบียดกะเค้าแทบแย่ อิอิ..

 

..นี่แค่หนังตัวอย่าง(แค่บางส่วน)..ยังมีอีกหลายรูป ไว้จะอัพเพิ่งให้แล้วกันน๊า(ถ้าไม่ลืม)..

..และถ้าได้มีโอกาสไปงานดีๆแบบนี้อีกจะเก็บรูปมาฝากอีกแล้วกันคะ..

 

ขอบคุณจากหัวใจ…

Posted in Happy on มกราคม 6, 2008 by unspecialme

…รู้ตัวเองอีกทีก็ผ่านพ้นมาจนปีใหม่ ฉันยังคงตื่นใจกับลมหนาวในเดือนธันวา รู้สึกว่าปีนี้ไม่เหมือนปีที่เคยผ่านมา เหมือนมันมีบางอย่างที่ขาดหายไป…

…เย้!!! Happy New Year สวัสดีปีใหม่ คำพูดที่ได้ยินจนกลายเป็นประโยคติดปากในช่วงสิ้นปี พร้อมคำอวยพรต่างๆนานา ขอให้มีความสุข สมหวัง ได้ทุกสิ่งที่ปราถนา รวยๆ เฮงๆ ก็ว่ากันไป เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่หลายคนมีความสุขได้อยู่กันพร้อมหน้า ได้พบปะญาติแบบรวมมิตร (นานๆเจอกันที) คนไกลได้กลับบ้าน ทุกคนมีรอยยิ้มที่สดใสข้ามนาทีปีใหม่ไปพร้อมๆกับคนพิเศษ (ลูกชิ้นไม่งอก) ความรู้สึกแบบนี้ทุกคนสามารถสัมผัสได้เมื่อสิ้นปีนี้ไปและปีใหม่มาถึง บางคนถึงขนาดวางแผนเที่ยวตั้งแต่ต้นปีเลยก็มี และฉันก็เป็นหนึ่งคนที่ได้ผ่านช่วงเวลาที่มีความสุขนี้มาพร้อมกับความรู้สึกมากมายที่บอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวดอยสอยดาวนั่งหาวอยู่ใต้พระจันทร์ (เต็มดวง) ก็เถอะ แต่ก็คุ้มกับการทำให้ใครอีกหลายๆคนที่ไม่รู้จักได้มีความสุข ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำอย่างเช่น ตีซี้ใครก็ไม่รู้ที่มาเที่ยวงานอย่างเมามันประหนึ่งว่ารู้จักกันมาแต่ชาติปางไหน แปลงกายเป็นเจ๊ย ณ เพชรบูรณ์ ตอนนี้ไปไหนใครที่จำได้ก็จัดการเปลี่ยนชื่อให้เรียบร้อย ดันไปเจอคนที่เล่นด้วยซะอีก เอ้า!!เจ๊ยก็เจ๊ย อ้ายแหยม..เจ๊ยอยากได้ดวงจันทร์ อยากได๋ อยากได้…ฮากันไปสามบ้านแปดบ้าน ฮามากมาย ฮาได้อีก นึกแล้วก็ยังอาย (ที่ทำไปหน่ะอายนะนั่น) ว่ากล้าทำได้ไง อ๋อ! ลืมไปได้ชื่อใหม่อีกชื่อ อันนี้คุณพี่ผู้ใจดีที่สถานีตั้งให้ ปุ้ย เชิญยิ้ม กะว่าถ้าไม่ได้เป็นดีเจก็จะไปเอาดีทางเล่นตลกแล้วนะเนี่ย ไม่เป็นไรหนูทำได้ อยากให้ทำอะไรบอกมาจัดไปอย่าให้เสีย จ้าง50เล่นซะ500 สนุกดีก็บอกแล้วไงว่าได้ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ ภูมิใจนะเนี่ยมีลูกจะเล่าให้ลูกฟังว่าตอนสาวๆแม่เก่งขนาดไหน

…หลังจากปีใหม่มาทุกอย่างก็เข้าสู้ภาวะปกติ เก็บของ ทำงาน ไม่สบายกันไปตามระเบียบ ดูแลกันไปแบ่งยากันกินจะได้หายพร้อมๆกัน นี่คือการรักษาที่บ้านเรา มีฉลองหลังงานเสร็จ จับของขวัญ ร้องเกะ เฮฮาปาจิงโกะ นี่แหละบ้านเราไม่มีคำอวยพรที่เป็นทางการคงเพราะรู้กันอยู่แล้วว่าทุกคนรู้สึกยังไง มันอาจจะมากเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ แต่นอกเหนือจากคำอวยพรก็อยากพูดคำว่า “ขอบคุณ” คำสั้นๆที่มากด้วยความหมาย

ขอบคุณ…ทุกวินาทีที่ยังมีลมหายใจ

ขอบคุณ…ทุกนาทีทำให้รู้ว่ามีใครให้คิดถึง ห่วงใย

ขอบคุณ…ทุกชั่วโมงที่ได้มีโอกาสทำให้ใครก็ได้มีความสุข

ขอบคุณ…ทุกวันที่เรายังได้อยู่ด้วยกัน

ขอบคุณ…ทุกปีที่ทำให้เราผ่านช่วงเวลาที่มีค่าไปพร้อมๆกัน

ขอบคุณ…ทุกคนที่คอยให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือมาโดยตลอด

ขอบคุณ…ทุกสิ่งทุกอย่างที่มี ที่เป็น ในวันนี้

และ ขอบคุณ…ทุกคน ทุกสิ่ง ที่อาจจะเคยลืมขอบคุณไป…

…ขอบคุณค่ะ…

cark4.jpg

สิ่งเล็กน้อย…ที่ยิ่งใหญ่…

Posted in Happy on กันยายน 23, 2007 by unspecialme

…วันนี้มาจัดรายการพร้อมกับอากาศที่ร้อนเหมือนเดิม และมีทีท่าว่าจะร้อนขึ้นอีกเรื่อยๆ

…2 ชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนโกหกออกมาจากห้องส่งพร้อมกับความเย็นของแอร์ เคยพูดเล่นๆกันว่าที่ต้องเปิดแอร์เย็นอย่างนี้ก็เพราะกลัวนักจัดรายการจะเน่า (ทำให้นึกถึงอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เหอะๆ)

…หลังจากที่ได้มีการจับยามสามตาดูแล้วว่านี่แหละ คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดกับการทำตัวเป็นคนที่มีคุณค่าทางสารอาหาร ด้วยการขนขยะไปทิ้ง (ดูเหมือนเป็นภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ซะนี่กะไร!) ว่าแล้วก็ไม่รอช้าเดินย่ำต๊อกหิ้วถุงขยะใบโตฝ่าแสงอาทิย์ ที่คิดว่าเชื่อโรคในขยะมันต้องตายแน่ถ้าตั้งมันไว้กลางแดดเกิน10นาที…มาถึงตรงนี้ถ้าใครได้อ่านก็คงคิดเหมือนกันว่า”แล้วไง ไม่เป็นแปลกใครๆก็ทิ้งขยะกันได้ไม่เห็นต้องมาอธิบายให้เมื่อยตุ้มเลย?”…หรือถ้าไม่ก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ

…จริงอยู่มันอาจดูเป็นเรื่องที่ธรรมดาม๊ากมาก ซึ่งตัวเองก็คิดอย่างนั้นมาตลอดจนกระทั่งการทิ้งขยะในวันนี้กลับทำให้เห็นอะไรบางอย่างที่เคยมองข้าม ไม่สนใจ ไม่ใส่ หรือไม่ก็ลืมไปแล้วว่าความรู้สึกแบบนี้อยู่บนโลกนี้ด้วย…ภาพที่เห็นคือยายคนหนึ่งที่ดูอายุแล้วน่าจะอยู่บ้านมากกว่าที่จะออกมาเดินกลางแดดมีเพียงหมวกงอบเก่าๆใบหนึ่งที่พอบังความร้อนได้กับเสื้อแขนยาวนุ่งผ้าถุง…ยืนอยู่ข้างรถเข็นคู่ใจที่ดูจาดสภาพแล้วน่าจะเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์หรือขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุโบราณของเก่าหายากได้แล้ว บนรถเต็มไปด้วยกระดาษ ขวดที่ไม่ใช้แล้ว เศษอะไรต่อมิอะไรที่น่าจะแปรรูปเป็นเงินได้…”มีขวดมั้ยหนู?” นั่นคือประโยคที่ได้ยินคุณยายแกร่งหัวใจเกินร้อยถามฉันตอนเดินผ่านไป…”ไม่มีหรอกค่ะ” ปากไวตอบไปทั้งที่ไม่รู้ว่าข้างในถุงสีดำที่ถืออยู่มีอะไรบ้าง หรือถ้ามีก็ไม่ได้มีความหมายใดก็นี่มันเป็นแค่ขยะ…จบการสนทนาที่คิดว่าสั้นที่สุดในโลกถุงดำที่อยู่ในมือก็ลงไปอยู่ในถังเป็นขยะโดยสมบูรณ์

…”ช่วงนี้อะไรๆก็แย่…” เสียงเดิมพูดกับฉันพร้อมๆกับการเดินเข้ามาที่ถังขยะเพื่อหาสิ่งที่ต้องการ ราวกับเคยทำตกไว้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่คราวนี้ไม่มีเสียงตอบรับจากสัณญาณที่ท่านเรียก…ไม่มีคำพูดนอกจากรอยยิ้ม และความคิดที่แล่นผ่านเข้ามาในหัวสมองที่มากด้วยรอยหยัก ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในสถานะไหน ต่างพูดคล้ายๆกัน “ทำงานแทบตายได้พันห้า เดินไปเดินมาได้ห้าพัน” เคยได้ยินจนชินหูในสมัยที่อะไรยังมีมากพอ แต่เดี๋ยวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ “ทำงานแทบตายได้ไม่ถึงพัน ถ้าอยู่เฉยๆก็ต้องกอดคอกันอดตายแน่นอน” ฉันคิดว่ายายก็คงจะคิดอย่างนี้เหมือนกันถึงไม่ยอมอยู่บ้านเฉยๆ รอคอยใครมาหยิบยื่นสิ่งต่างๆให้ ต่างจากอีกหลายคนที่ร่ายกายยังพร้อมแต่กลับไม่ทำอะไรเลยทำตัวเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายใจได้ไปวันๆ ไร้ค่าหมดประโยชน์ก่อนถึงเวลาอันควร “มือถือเครื่องนี้ซื้อมาเท่าไหร่หรอ? ดูท่าคงจะแพงน่าดู” เมื่อให้ความสำคัญของวัตถุมากกว่าจิตใจ แล้วไง! แค่เครื่องมือสื่อสารที่ทำอะไรไปได้ไม่มากกว่าโทรออก-รับสาย-ถ่ายคลิป แต่เครื่องนึงแทบจะต้องจำนำน้องควาย ขายที่นามาซื้อกันเลยทีเดียว…กับบางคนจะหาเงินซื้อข้าว (กะเพราไก่ ไข่ดาวไม่สุก) กินซักจานยังดูเป็นอะไรที่ยากเหลือเกิน แอบคิดเข้าข้างตัวเองเมื่อวันวานยังหวานอยู่ถ้าได้เป็นผู้ที่มีอำนาจมากพอสิ่งแรกที่จะทำคือ “จะทำให้ประเทศนี้ไม่มีคนจน ทุกคนจะต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” (ประโยคนี้เหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหนซักแห่ง) นี่ถ้ากองประกวดนางสาวไทยมาได้ยินเชื่อซิ! มงกุฎจะต้องเป็นของฉันแน่นอน ฮา ฮา ฮ่า…

…ฉันไม่รู้ว่ายายต้องเดินตากแดดเก็บของเก่าที่เราๆไม่ใช้แล้วตีค่าว่าเป็นแค่ขยะมานานเท่าไหร่ หรือถ้าลองให้คิดเล่นๆ ก็น่าจะนานจนรู้แล้วว่าทั้งหมู่บ้านมีถังขยะกี่ใบ แล้วยังมีที่แอบกองๆกันไว้ทั้งที่ถังก็อยู่ห่างไม่ถึงเมตรอีกกี่กอง แต่นั่นก็ไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าสิ่งที่ฉันมองข้ามไม่รู้ว่ายายเดินถนนสายนี้มากี่ครั้ง วันไหน เวลาเท่าไหร่ เพราะทั้งหมดมาจากความไม่สนใจไม่มีเวลามากพอที่จะไปคอยมองคนอื่นอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน เหมือนๆกันกับที่หลายคนเป็นอยู่ในขณะนี้ แต่ถ้าบางครั้งเราหยุดแล้วมองดูรอบๆ ก็อาจจะเห็นบางสิ่งที่อยู่ที่เดิมรอให้เราใส่ใจมาโดยตลอดก็เป็นได้ เหมือนกับตัวฉันในวันนี้ที่หยุดมองยาย พร้อมกับถุงที่อยู่ในมืออีกใบแต่คราวนี้ข้างในไม่ใช่ขยะเพราะมันคือสิ่งที่ฉันคิดว่ายายกำลังหาอยู่…”มีขวดมาฝากค่ะ” ฉันยื่นถุงให้ยายคนเดิมหลังจากที่เดินกลับเข้ามาก้มๆเงยๆเก็บขวดเปล่าที่กองหมดความหมายอยู่หลังบ้านมานานแรมเดือน พร้อมกับรอยยิ้มที่ทั้งคู่ต่างมีให้กัน “ขอบใจมากนะจ๊ะ” เพียงสั้นๆแต่มากด้วยความรู้สึกที่ทำให้หัวใจพองโต ”ไม่เป็นไรค่ะ”…หนึ่งประโยคตอบกลับที่มาจากความปลื้มใจ

…ความจริงฉันเองก็ไม่ได้ต่างจากยายเท่าไหร่นักเพียงแค่ไม่ได้ออกไปเดินตามท้องถนนเท่านั้นเอง มีทั้งขวด กระดาษหนังสือพิมพ์ กล่อง ที่เก็บไว้หวังว่าวันหนึ่งเมื่อมีมากพอก็จะชั่งกิโลขายได้ตังค์มากินหนม ด้วยนิสัยที่ได้สืบทอดมาจากหม่อมแม่มาเต็มๆ มัธยัสถ์สุดโต่ง งกสุดชีวิต ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปซะหมด จนได้มาเจอยายในวันนี้เพียงเวลาไม่นานแต่ได้บางอย่างกลับมามากมายโดยที่อีกฝ่ายคงไม่รู้ตัว โลกนี้มีผู้รับมากกว่าผู้ให้เสมอ แต่ตราบใดที่เรามีมากพอขอแค่อย่าท้อที่จะแบ่งให้กัน ตัดใจยกของของเราให้คนอื่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทำได้คุณจะเป็นที่รัก…ทั้งหมดที่เกิดขึ้นฉันไม่ได้ทำเพราะต้องการให้ใครมารัก มอบโล่หรือใบประกาศเกียรติคุณให้แต่อย่างใดเคยมีคนบอกว่า “ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” ใช่!! วันนี้ฉันเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ขวดไม่กี่ใบแลกกับความปลื้มใจที่ยากจะอธิบายเป็นตัวหนังสือได้ รอยยิ้มที่มาจากใจซึ่งหาได้ยากเหลือเกินในสังคมตอนนี้ ฉันว่าคุ้มเกินคุ้ม แถมยังได้กำไรเอาไว้อมยิ้มเวลากลับมานึกถึงอีก

…17.04 น. ฉันเล่าเรื่องนี้อยู่หน้าคอม ไม่รู้ว่าในเวลาเดียวกันนี้ยายจะเดินไปไกลถึงไหนหรือว่าจะกลับบ้านไปหาคนรัก อาจจะเป็นคุณตาที่อยู่ร่วมกันมาเกือบค่อนชีวิต หลานวัยกำลังน่ารักซักคน หรือสัตว์เลี้ยงที่แสนซื่อสัตย์ซักตัว…แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะบอกยาย “ขอบคุณค่ะ อ๋อ!! ยายคะ…ขวดขายได้กิโลเท่าไหร่หรอ?”… 

Thank…

Posted in Happy on กันยายน 22, 2007 by unspecialme

…หน้า Blog เปลี่ยนไปจากเดิม…ดูสวยขึ้นเยอะเลย (หลังจากที่นั่งงมอยู่หลายชั่วโมง)

…แต่ทั้งหมดคงจะออกมาเป็นแบบนี้ไม่ได้แน่นอน (ลำพังทำคนเดียว คงล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม)

…ขอบคุณพี่ชายใจดี…สำหรับคำแนะนำที่ทำให้มีความรู้ขึ้นอีกโข

…ขอบคุณน้องสาวที่น่ารัก…สำหรับรูปสวยๆ(ชอบมากเลย!! แอบเกรงใจที่รบกวนหลายหน)

…ขอบคุณทุกคน…สำหรับกำลังให้ในการช่วยลุ้นตอนจบ (ว่าจะออกมาได้เรื่องรึเปล่า?)

…ขอบคุณมากค่ะ…(แล้ววันหลังจะให้ช่วยอีกน้า!!!)

ขอบคุณทุกวัน…

Posted in Happy on กันยายน 16, 2007 by unspecialme

…ผ่านพ้นเมื่อวานมาอย่างมีความสุข (ที่จริงก็สุขทุกวันนั่นแหละ แต่จะมากน้อยก็แล้วแต่สถานการณ์)

…ขอบคุณสำหรับของขวัญและคำอวยพรจากทุกคน (ที่แอบอธิษฐาน สาธุ! ขอให้เป็นจิรง)

…แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าสิ่งของนั่นก็คือ

…การที่ทุกวันเราทุกคนยังได้อยู่ด้วยกัน (แม้จะอยู่คนเดียวบ่อยๆก็เถอะ…หยวนๆกันไปหล่ะกัน)

…ไม่ต้องมีของขวัญ เพราะนี่แหละคือสิ่งที่ใครบางคน (คนที่คุณรู้ว่าใคร)

…มอบให้กับคนตัวเล็กๆคนหนึ่ง ให้ได้มีรอยยิ้มและความสุข

…ขอบคุณทุกวัน…